ประโยชน์ของเกาลัด ต่อสุขภาพ / เกาลัดกินแล้วอ้วนไหม

  • 154
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    154
    Shares

เกาลัด ประโยชน์, เกาลัด กินแล้วอ้วนไหม

คราวที่แล้ว เราได้พูดถึงประโยชน์อันน่ามหัศจรรย์ของ “เม็ดขนุนต้ม” (เมล็ดจากผลขนุน) ไปแล้ว วันนี้ เราจะมาพูดถึงเมล็ดอีกชนิดหนึ่ง ที่รสชาติอร่อยและมีประโยชน์ไม่แพ้กัน นั่นก็คือ “เกาลัด” (Chestnut) นั่นเองค่ะ

เกาลัดจะเป็นพืชตระกูลถั่ว ที่มีเมล็ดขนาดใหญ่ เปลือกนอกมีหนามแหลม และมีเปลือกแข็งสีน้ำตาลบางๆ หุ้มไว้อีกชั้นหนึ่ง สำหรับส่วนที่นำมากินกัน จะเป็นส่วนของเมล็ดด้านในที่เป็นเนื้อสีเหลืองนวล หรือขาวอมเหลือง

วิธีการกินที่นิยมที่สุด (หาได้ง่ายสุด) ในบ้านเรา คือเกาลัดที่คั่วในทรายร้อน (ทรายสีดำๆ เม็ดใหญ่ๆ ในกระทะขนาดใหญ่) รสชาติออกมันๆ และหวานเล็กน้อย แล้วก็หอมด้วย จัดเป็นอาหารว่างที่อร่อย เคี้ยวมัน และมีประโยชน์ในตัว

 

เกาลัดกินแล้วอ้วนไหม?

สำหรับใครที่ดูแลใส่ใจเรื่องสุขภาพ แม้ว่าอาหารที่กินจะเป็นอาหารสุขภาพ

ก็ไม่วายอดห่วงว่ากินแล้วจะอ้วนไหม มาดูกันเลยค่ะ

เกาลัดคั่วสุก 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 240 แคลอรี่ (1)

(แต่ถ้านำไปต้มหรือนึ่ง แคลอรี่จะน้อยกว่านี้ คือประมาณ 150-160 แคลอรี่)

 

โดยมีคาร์โบไฮเดรตสูง ใยอาหารสูง ไขมันต่ำ (แต่เป็นไขมันดี) และโปรตีนน้อย

เหมาะสำหรับเป็นอาหารที่ให้พลังงานชั้นดี และทำให้อิ่มนาน

เพราะคาร์โบไฮเดรตปริมาณสูงในเกาลัดนั้น เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน

ที่จะค่อยๆ เผาผลาญ และให้พลังงานอย่างช้าๆ แต่ต่อเนื่อง

เพราะฉะนั้น การกินในปริมาณพอดี ไม่มากเกินไป ก็จะไม่ทำให้อ้วน แถมยังดีต่อสุขภาพด้วย

 

เกาลัดอุดมไปด้วยสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

ได่แก่ กรดอะมิโนที่จำเป็น รวมทั้งวิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ ในปริมาณสูงอีกหลายชนิด

เช่น วิตามีนอี วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบี2 (riboflavin) วิตามินบี6 วิตามินซี โฟเลต

โปแตสเซียม แมกนีเซียม แมงกานีส ฟอสฟอรัส แคลเซียม ธาตุเหล็ก ซิงค์ (Zinc) ทองแดง (Copper) (2)

 

ประโยชน์และสรรพคุณของเกาลัด

» ช่วยบำรุงไต ม้าม และกระเพาะอาหาร

» ช่วยบำรุงกล้ามเนื้อ กระดูก และฟัน โดยเฉพาะในเด็กและผู้ป่วยที่ร่างกายอ่อนแอ

» ช่วยบำรุงสมอง และระบบประสาท

» ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย

» ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

» ช่วยควบคุมความดันโลหิต

» ช่วยบำรุงหัวใจ

» ช่วยบำรุงเลือด (เซลล์เม็ดเลือดแดง ป้องกันโลหิตจาง)

» ช่วยต้านอนุมูลอิสระ (ปกป้องคุ้มครองเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ต้านมะเร็ง และต้านความแก่ชรา)

» ช่วยในเรื่องการขับถ่าย บรรเทาอาการท้องผูก

» ช่วยแก้ไอ และละลายเสมหะ

» ช่วยในการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย (ช่วยลดความอ้วนได้ ถ้ากินในปริมาณที่เหมาะสม)

» ช่วยบำรุงผิวพรรณและเส้นผม ให้มีสุขภาพดี (3)

 

อย่างไรก็ตาม เกาลัดไม่เหมาะสำหรับ :

ผู้ที่มีอาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืด ร้อนใน เป็นโรคไขข้ออักเสบ

และเนื่องจากในเกาลัดมีสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ (แม้จะพบผู้ที่แพ้ไม่มากนัก)

ดังนั้น ผู้ที่มีอาการแพ้โดยเฉพาะการแพ้ถั่วบางชนิด (Tree nuts หรือถั่วที่เป็นผลแห้งจากพืชยืนต้น) ควรหลีกเลี่ยง

 

สำหรับใครที่ซื้อเกาลัดคั่วมาเยอะ แล้วกินไม่หมดในครั้งเดียว

เลยแช่ตู้เย็นไว้ พอเอาออกมากินใหม่อาจจะทำให้แกะยาก และไม่อร่อย

 

ในกรณีนี้ การนำเกาลัดไปอุ่น หรือทำให้ร้อน

จะทำให้แกะเปลือกได้ง่ายขึ้น และรสชาติกลับมาดีขึ้นด้วยค่ะ

การอุ่นสามารถทำได้ด้วยการนำไปอบในเตาอบ หรือในไมโครเวฟก็ได้

แต่มีข้อควรระวังถ้าอุ่นด้วยไมโครเวฟ นั่นก็คือ การใช้ไฟที่แรงเกินไป

จะทำให้เกิดเสียงระเบิดตูมตามจนตกอกตกใจกันได้

 

ดังนั้น จึงควรมีฝาครอบปิดไว้ ตั้งไฟต่ำสุด และใช้เวลาสั้นๆ

เช่น ตั้งไว้ 20 วินาที แล้วหยุด ถ้ายังไม่อุ่น ก็เพิ่มอีก ทีละ 20 วินาที สัก 2 ครั้ง เป็นต้น

 

สำหรับใครที่อยากทำเกาลัดกินเอง

สามารถซื้อเกาลัดที่ยังไม่ผ่านการปรุง มาปรุงเองที่บ้านได้เช่นกัน

 

การเลือกซื้อเกาลัด

ให้เลือกเกาลัดที่มีผิวตึง เรียบ เงา สีน้ำตาลเข้ม และมีน้ำหนักมาก

(ถ้าเทียบขนาดเดียวกัน ให้เลือกลูกที่หนักกว่า เพื่อให้ได้เนื้อที่แน่นเต็ม)

 

ก่อนนำไปปรุง

ให้นำไปล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำให้แห้ง

แล้วจัดการกรีดเปลือกสีน้ำตาลออกให้เกิดรอยแยกเป็นแฉก

 

จากนั้นถึงนำไปอบในเตาอบ

ประมาณ 25-30 นาที ก่อนจะนำออกมา

เพื่อตรวจดูว่าเนื้อเกาลัดด้านในสุกทั่วถึงหรือยัง หรือจะใช้วิธีต้มหรือนึ่งก็ได้เช่นกันค่ะ

 

(อ่านเพิ่มเติม: ประโยชน์ของอัลมอนด์ต่อสุขภาพ และการลดความอ้วน / ประโยชน์ของเม็ดมะม่วงหิมพานต์ / ประโยชน์ของถั่วขาวต่อการลดความอ้วน และต่อสุขภาพ / ประโยชน์ของถั่วเขียว ต่อสุขภาพ และการลดความอ้วน / ประโยชน์และสรรพคุณของเมล็ดแตงโม)

  • 154
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    154
    Shares