ประโยชน์ของเม็ดมะม่วงหิมพานต์

  • 323
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    323
    Shares

เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ประโยชน์

เม็ดมะม่วงหิมพานต์ หรือที่รู้จักกันในชื่อภาษาอังกฤษว่า Cashew nut และยังมีชื่อเรียกอีกหลากหลายในภาษาไทย

ตามแต่ลักษณะภูมิภาคที่แตกต่างกันออกไป อาทิเช่น มะม่วงสิโห กายี กะแตแก ยาโงย มะหม่วงกุหล่า เป็นต้น

โดยส่วนมากแล้ว เราจะพบมะม่วงหิมพานต์ในแถบภาคใต้ ลักษณะของมะม่วงหิมพานต์ จะมีลักษณะคล้ายลูกชมพู่

รสชาติของตัวผลจะให้รสเปรี้ยว ฉ่ำน้ำ สามารถที่จะนำเอารับประทานได้ทั้งผลดิบสุก

โดยผลสุกจะมีแดงหรือเหลือง ส่วนของผลจะมีเมล็ดยื่นออกมา

เป็นส่วนที่เรานิยมนำเอามารับประทาน และนำมาประยุกต์ในการทำอาหารได้หลากหลายเมนู

 

เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นอาหารประเภทถั่ว

ที่เรานิยมรับประทานกันอย่างหลากหลาย เป็นหนึ่งในถั่วที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เมื่อเทียบกับถั่วประเภทอื่นๆ แล้ว

ในเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ประมาณ 1 กำมือ (28 กรัม) หรือประมาณ 16-20 เมล็ด จะมีพลังงานทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 160 แคลอรี่

มีโปรตีน 4 กรัม ปริมาณไขมันทั้งหมด 13 กรัม แบ่งออกเป็นไขมันชนิดอิ่มตัว 3 กรัม และไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน 10 กรัม

แสดงให้เห็นว่า ในเม็ดมะม่วงหิมพานต์นั้น มีส่วนประกอบหลักเป็นไขมัน ประเภทไขมันดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

 

นอกจากนั้นแล้ว ยังประกอบไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย

ทั้งคาร์โบไฮเดรต แคลเซียม วิตามิน โปรตีน แมงกานีส โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส สังกะสี โซเดียม และอื่นๆ

ในเม็ดมะมวงหิมพานต์ ยังมีปริมาณเส้นใยสูง เมื่อเทียบกับถั่วประเภทอื่นๆ อีกด้วย

 

ประโยชน์ของเม็ดมะม่วงหิมพานต์

? ได้รับการยอมรับในเรื่องของการช่วยป้องกันโรคต่างๆได้เป็นอย่างดี

? ช่วยบำรุงระบบไหลเวียนโลหิต ส่งผลถึงระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

? รวมไปถึงการบำรุงสุขภาพกระดูก และรบบการทำงานของเซลล์และอวัยวะต่างๆในร่างกายให้เป็นปกติ

? ช่วยลดปริมาณคลอเลสเตอรอลในเลือด ชนิด LDL

? ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ โรคกระดูกพรุน

? บำรุงสายตา ลดปัญหาเลนส์ตาเสื่อม

? ลดการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี โรคความดัน และโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด

 

การรับประทานเม็ดมะม่วงหิมพานต์เป็นประจำ

ยังช่วยบำรุงผิวพรรณ เนื่องจากปริมาณไขมันที่สูงในตัวของมัน

ส่งผลให้ผิวหนังมีความชุ่มชื่น ช่วยบำรุงเส้นผม

กากใยที่มีในเมล็ด ยังช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้

ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น กระตุ้นระบบขับถ่ายสำหรับผู้ที่มีปัญหาท้องผูก

และแมกนีเซียมที่พบในเมล็ด ยังช่วยบำรุงเหงือกและฟันให้แข็งแรง

 

เม็ดมะม่วงหิมพานต์ แม้จะจัดอยู่ในประเภทของถั่วที่มีไขมันมาก

แต่ส่วนใหญ่แล้ว ปริมาณไขมันที่พบ เป็นประเภทไขมันชนิดไม่อิ่มตัวถึง 75%

การรับประทานไขมันที่ได้จากถั่ว จะเข้าไปทำหน้าที่ ที่ตรงกันข้ามกับไขมันชนิดอิ่มตัว

และเมล็ดยังช่วยให้เราอิ่มท้องได้นานขึ้น ลดความอยากอาหาร เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วน

 

แต่ข้อควรระวังในการรับประทาน

ก็ควรรับประทานในปริมาณที่พอดี เพราะไขมันแม้จะเป็นไขมันชนิดดี

แต่หากเกินความต้องการของร่างกาย ก็อาจจะส่งผลให้เกิดการสะสมได้

โดยเฉพาะผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก หรือลดความอ้วน

ปริมาณพลังงานที่สูงของเม็ดมะม่วงหิมพานต์ อาจจะทำให้การลดน้ำหนักไม่ได้ผล

หากรับประทานในปริมาณที่มากเกินควร

หรือควรรับประทานเพียงวันละ 10-15 เม็ดต่อวันเท่านั้น

 

นอกจากนั้นแล้ว การรับประทานเม็ดมะม่วงหิมพานต์

เรายังจำเป็นจะต้องคำนึงถึงสารตกค้าง อย่างเช่น อะฟลาท็อกซิน ด้วย

ดังนั้น การเลือกซื้อหามารับประทาน ก็ควรเลือกซื้อเมล็ดที่ได้รับการรับรอง

มีมาตรฐานการผลิต ที่แน่ใจเรื่องความสะอาด และความสดใหม่

ที่จะทำให้เรามั่นใจได้ว่า เราจะได้รับประโยชน์มากกว่าโทษที่จะตามมานั่นเองค่ะ

 

(อ่านเพิ่มเติม: เมล็ดแตงโม กินแล้วอ้วนไหม แล้วให้ประโยชน์อะไรบ้าง / ประโยชน์ของเมล็ดฟักทอง / เมล็ดทานตะวัน มีประโยชน์อะไรบ้าง / กินข้าวโพดคั่วแล้วอ้วนไหม / เผือกกับการลดความอ้วน)

  • 323
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    323
    Shares