อาการร้อนใน กับศาสตร์ของแพทย์จีนโบราณ

  • 2
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    2
    Shares

ร้อนใน, ร้อนใน สาเหตุ, วิธีแก้ร้อนใน

สาเหตุของการเกิดร้อนในนั้น แพทย์แผนตะวันตก ยังไม่อาจหาสาเหตุที่แน่ชัดได้

แต่ในทฤษฎีของแพทย์แผนจีนนั้น ได้กล่าวว่า เกิดจากภาวะความบกพร่อง หรือความไม่สมดุลของร่างกาย ซึ่งไม่ได้เกิดจากเชื้อใดๆ

โดยตำรับแพทย์แผนโบราณของจีนนั้น จะให้ความสำคัญกับหยิน (เย็น) หยาง (ร้อน) ในร่างกาย

ดังนั้น หากร่างกายได้รับความเป็นหยางมากจนเกินไป ก็ทำให้เกิดอาการร้อนในนั่นเอง

 

อาการของร้อนใน

ไม่ได้หมายความว่า ร่างกายมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นแต่อย่างใด เรามักจะเข้าใจกันว่า

ร้อนในจะเป็นเพียงแค่อาการมีแผลในปาก ที่มีลักษณะเป็นวง ตรงกลาง ขอบจะมีสีแดงและบวม

ร่วมด้วยอาการปวดแสบปวดร้อน นั่นเป็นเพียงแค่อาการส่วนหนึ่งของร้อนในเท่านั้น

 

อาการร่วมอื่นๆ คือ

มีตั้งแต่ตาแฉะ ขี้ตามาก (ภาวะเกิดจากการร้อนในที่ตับ) ตกหมอน (ร้อนในเกิดกับเส้นเอ็นข้างลำคอ)

 

แผลร้อนใน

ไม่ว่าจะเกิดที่ด้านในริมฝีปาก ที่ลิ้น ลำคอ หรือกระพุ้งแก้ม ลมหายใจร้อน ลิ้นแตก

ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น ปากขม คอแห้ง เหงือกบวม อาการกระหายหายน้ำบ่อยๆ ดื่มเท่าไรก็ไม่หาย

 

อาการที่มากขึ้นก็ได้แก่

เจ็บคอ ระคายเคืองที่คอ ไอมีเสมหะข้นๆ เหนียวๆ สีเหลืองเขียว ต่อมทอนซิลอักเสบ

ถ่ายลำบาก เกิดอาการท้องผูก อุจจาระสีคล้ำ ในบางครั้งก็ถ่ายเหลวและมีลม

ครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดเมื่อยตามตัว ถ้าหนักมากขึ้น ก็จะกลายเป็นไข้ขึ้นมา

 

ถ้าเกิดอาการตัวร้อน มีน้ำมูก วิงเวียนศีรษะ

เราจะเรียกว่า อาการหวัดร้อน นั่นก็คือไข้หวัดใหญ่นั่นเอง

โดยเมื่อเราเกิดอาการร้อนใน ทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายลดลง

ทำให้เราติดเชื้อไวรัสไข้หวัดได้ง่าย

 

อะไรคือปัจจัยที่ทำให้เกิดร้อนใน

 

โดยปกติร่างกายของคนเรานั้น

จะเป็นหยิน (เย็น) และหยาง (ร้อน) แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

ถ้าคนที่เป็นหยางเป็นหลัก ไปรับประทานอาหารที่เป็นหยาง เช่น

พวกอาหารเผ็ด ร้อน หรือของทอดมากๆ เข้า ก็จะเกิดอาการร้อนในได้

 

โดยหยินและหยางนั้น เกิดจากกรรมพันธุ์เป็นตัวกำหนด

ดังนั้น ควรใส่ใจในเรื่องอาหารการกินมาเป็นอันดับแรก เพราะอาหารแต่ละประเภทนั้น

จะมีความเป็นหยินและหยางต่างกัน ทั้งนี้รวมถึงผักและผลไม้ด้วย

 โดยอาหารที่เป็นหยาง จะเป็นอาหารที่มีรสเผ็ด เข้มข้น รวมถึงของทอดทุกชนิด ถ้าเป็นผลไม้ ก็เช่น ทุเรียน ลำไย ลิ้นจี่ เงาะ

 ส่วนอาหารประเภทหยินนั้น เมื่อรับประทานเข้าไปจะรู้สึกสบาย ชุ่มคอ โดยส่วนใหญ่จะเป็นพืชผักต่างๆ

ดังนั้น ถ้าใครที่มีอาการร้อนใน ให้ลองสังเกตพฤติกรรมการรับประทานของตัวท่านเองด้วยนะคะ

 

อุณหภูมิ

ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ ของการเกิดอาการร้อนใน

เพราะเป็นทำให้เกิดอาการ หยินและหยางในร่างกายเปลี่ยนแปลง

ในฤดูร้อนความเป็นหยางคือร้อนสูง ถ้าคนที่มีลักษณะร่างกายที่เป็นหยาง

ไปกินอาหารที่เป็นหยางร่วมด้วยอีก ก็จะทำให้เกิดอาการร้อนในได้

 

ทั้งนี้ ยังมีปัจจัยในเรื่องของการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ

เพราะในทางทฤษฎีของแพทย์จีนนั้น จะมีช่วงเวลาของการนอนเป็นหยินและหยางไว้

โดยกลางวันจะเป็นหยาง กลางคืนจะเป็นหยิน

เมื่อร่างกายอดนอน จะทำให้ร่างกายได้รับพลังหยินน้อยลง ทำให้พลังหยางมากขึ้น

และเกิดอาการ “ร้อนใน” ในที่สุด

 

(อ่านเพิ่มเติม: อาหารแก้อาการอ่อนเพลีย / อาการไมเกรนเป็นยังไง เกิดจากอะไร / วิธีแก้อาการฟกช้ำดำเขียว)

  • 2
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    2
    Shares