ผมแตกปลายทําไงดี : วิธีรักษาผมแตกปลาย

  • 8
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    8
    Shares

วิธีแก้ผมแตกปลาย, ผมแตกปลาย ทำไงดี

ความเดิมจากตอนที่แล้ว (ปัญหาผมแตกปลาย) เมื่อเราทราบที่มาของผมแตกปลายแล้ว มีแนวคิดอยู่ 2 อย่างที่คุณเลือกที่จะปฏิบัติคือ

หาวิธีป้องกันเพื่อไม่ให้ผมแตกปลาย ซึ่งคิดว่าวิธีนี้หลายๆ คนอาจจะไม่ได้ให้ความสนใจ หรือรู้สึกขี้เกียจที่จะทำ เพราะยังไม่ได้เกิดขึ้นกับตัว

หรือจะรอจนกว่าผมแตกปลายก่อน แล้วค่อยมาแก้ไข หรือหาวิธีรักษาผมแตกปลาย หรือวิธีต่างๆ ที่สามารถแก้ผมแตกปลายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งวิธีแก้ผมแตกปลายนั้น ก็มีหลากหลายสูตรที่ใช้กัน

 

วิธีแก้ผมแตกปลายที่ง่ายที่สุดคือ

 

ตัดปลายผมที่แตกปลายนั้นออกประมาณ 1 นิ้ว

แล้วหมักด้วยน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าว (จากช่วงกลางเส้นผมไปจนถึงปลายผม)

ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วล้างออก เพียงเท่านี้ ก็สามารถแก้ปัญหาผมแตกปลายได้แล้ว

และต้องยอมรับว่า บริเวณปลายเส้นผมที่แตกออกจากกันนั้น ไม่สามารถที่จะผสาน หรือทำให้กลับมาเป็นเส้นเดียวกันเหมือนเดิมได้

ดังนั้น วิธีแก้ก็คือต้องยอมตัดปลายผมทิ้ง แล้วรักษาเส้นผมที่เหลือเอาไว้ให้ยาวขึ้น และไม่แตกปลายนั่นเอง

 

หลังจากที่สามารถแก้ปัญหาผมแตกปลายได้แล้ว

เราอยากจะแนะนำว่า ควรหาวิธีการป้องกันผมแตกปลาย เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นกับเส้นผมของคุณอีกครั้ง

เพราะอาจจะทำให้คุณต้องเสียเวลามารักษา ดูแลเป็นพิเศษอีก แทนที่จะดูแลอย่างดีอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ผมคุณดูสลวย แข็งแรง และไม่แตกปลาย

หรืออาจจะแตกปลายบ้างเล็กน้อย ตามสภาพ แต่ก็ไม่ได้ผมเสียมากจนรักษาแทบจะไม่ได้ จนต้องตัดทิ้งไป

 

วิธีป้องกันผมแตกปลายนั้น ทำได้ง่ายๆ เช่น

 

เสริมวิตามินให้กับเส้นผม

ไม่ว่าจะเป็นทางการรับประทานอาหาร ที่เราต้องรับประทานอยู่แล้ววันละ 3 มื้อ ก็ให้เลือกอาหารที่ประโยชน์ต่อร่างกาย

และอย่าลืมอาหารที่สำคัญสำหรับเส้นผม อย่างแคลเซียมและวิตามินที่ได้จากพืชและสัตว์

หรือจะเสริมอาหารให้เส้นผมโดยตรงเลยก็ได้ ด้วยการหมักผมด้วยวัสดุจากธรรมชาติ จากสูตรหมักผมที่ได้เคยแนะนำไปแล้ว

(อ่านเพิ่มเติมเรื่อง สูตรหมักผมด้วยน้ำมันมะพร้าว , สูตรหมักผมด้วยน้ำมันมะกอก)

 

หลีกเลี่ยงแสงแดด ความร้อนต่างๆ

ดังที่ได้กล่าวไว้จากตอนที่แล้วนะคะ สำหรับความร้อนที่ทำร้ายเส้นผม

ถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงให้ไกล ทั้งความร้อนจากแสงอาทิตย์

หรือความร้อนจากเครื่องมือเสริมสวย จัดแต่งทรงผมต่างๆ ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง

หากจำเป็นจะต้องใช้เครื่องมือที่ให้ความร้อนกับเส้นผม เพื่อการจัดแต่งทรงผม

ก็ควรใช้ความร้อนน้อยๆ ไม่ต้องรีบเร่งให้ความร้อนมากเกินไป เพราะจะทำให้ผมเสียได้ง่าย

 

ลดการใช้สารเคมีกับเส้นผม

และอย่างที่ได้กล่าวไปแล้วเช่นกันว่า สารเคมีต่างๆ สามารถทำร้ายเส้นผมได้ ไม่เว้นแม้แต่ยาสระผม

แล้วจะทำยังไงดี? ในเมื่อเราต้องทำความสะอาดผม โดยการสระผมอยู่เป็นประจำ?

คำตอบก็คือ ให้คุณทำยาสระผม ครีมหมักผม ครีมนวดผม ด้วยสมุนไพรจากธรรมชาติเอาไว้ใช้เอง

ซึ่งให้ผลดีมากๆ สำหรับเส้นผมที่บอบบาง และช่วยให้ผมไม่ต้องสัมผัสกับสารเคมีโดยตรง

แต่หากว่าคุณไม่สะดวกที่จะทำเอง หรือทำเองไม่เป็น (ซึ่งที่จริงแล้วทำไม่ยากเลย สามารถหาสูตรการทำได้ทั่วไป จากอินเตอร์เน็ต หรือจากหนังสือต่างๆ)

ก็ลองหาซื้อยาสระผมสมุนไพร ที่มีขายอยู่ตามท้องตลาด

และลองเลือกเอายี่ห้อที่ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีเลย ก็สามารถทำได้เช่นกัน

(อ่านเพิ่มเติมเรื่อง วิธีทำแชมพูสมุนไพร “สูตรแชมพูว่านหางจระเข้และมะกรูด” ไว้ใช้เอง)

 

หวีผม หรือสางผมเบาๆ

สำหรับคนอารมณ์ร้อน วิธีนี้อาจจะขัดใจบ้าง แต่ช่วยได้จริงๆ ค่ะ

การค่อยๆ หวีผมเบาๆ เช็ดผมให้แห้งก่อนที่จะหวี ใช้หวีที่มีขนแปรงอ่อนนุ่ม ไม่ทำร้ายเส้นผมและหนังศีรษะ

จะช่วยให้ผมขาดร่วงน้อยลง และสามารถลดปัญหาผมแตกปลายได้อีกทางหนึ่งด้วย

สำหรับคนที่เข้าใจว่า การหวีผมตอนผมเปียกนั้น จะช่วยให้หวีได้ง่าย นั่นก็จริง

แต่ก็ทำให้เส้นผมขาดได้ง่ายจริงเหมือนกัน ดังนั้น เช็ดผมให้แห้งแล้วค่อยหวีนะคะ

 

เพียงเท่านี้ โอกาสที่คุณจะกลับมาผมแห้งเสียจนแตกปลายนั้น ก็ยากขึ้นแล้วล่ะค่ะ

อาจจะมีแตกปลายบ้างบางครั้ง เพราะยังไง เราก็ยังจำเป็นต้องใช้ความร้อน สารเคมีกับเส้นผม

เพื่อจัดแต่งทรงผมตามโอกาสต่างๆ และยังต้องออกไปพบเจอแสงแดด หรือความร้อน กับกิจกรรมที่อยู่นอกบ้าน

เพียงแต่เราสามารถปกป้องเส้นผม ด้วยการกางร่ม หรือสวมหมวกเพื่อบังแดด รวบผมให้มิดชิด

อย่าให้เส้นผมโดนแสงแดดโดยตรง และหมั่นเล็มปลายผมบ้าง เดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อให้เส้นผมเกิดใหม่ และตัดผมที่แตกปลายออกไป

 

(อ่านเพิ่มเติม: สูตรหมักผมเพื่อผมดกดำ มีน้ำหนัก แก้ผมร่วง ผมเสีย ด้วยน้ำมันงา / ปัญหาผมเสีย – ผมเสียจากการดัด และการทำสี / อาหารป้องกันผมร่วง บำรุงผมแข็งแรง)


  • 8
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    8
    Shares