วิธีแก้ปัญหาผิวแตกลาย : ผิวแตกลาย ใช้อะไรดี

  • 13
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    13
    Shares

วิธีแก้ปัญหาผิวแตกลาย, ผิวแตกลาย ใช้อะไรดี, ผิวแตกลายทาอะไรดี

ผิวแตกลาย เป็นปัญหาใหญ่และบั่นทอนความมั่นใจใครหลายคนเลยทีเดียว

โดยเฉพาะถ้าคุณชอบใส่เสื้อผ้าที่ต้องมีการโชว์ผิวส่วนต่างๆ เช่น กระโปรงสั้น กางเกงขาสั้น เสื้อแขนกุด เสื้อเอวลอย หรือแม้แต่ชุดว่ายน้ำแบบทูพีซ แม้จะชอบและอยากใส่ แต่ก็อาจจะไม่กล้าใส่ เพราะทำให้เห็นผิวแตกลายนี่เอง

ก่อนอื่น เราควรรู้สาเหตุว่า ผิวแตกลายเกิดจากอะไรกันก่อนค่ะ

อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ ก็คือ ผิวที่แตกลายนั้น เกิดมาจากที่ผิวหนังเกิดการขยายตัวหรือหดตัวในเวลาอันสั้น

เช่น การตั้งครรภ์ ภาวะอ้วน (น้ำหนักขึ้น ทำให้ผิวตามส่วนต่างๆ ของร่างกายขยายออก) และเมื่อน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว (เช่น ในกรณีลดน้ำหนัก หรือลดความอ้วนแบบเร่งด่วน) ก็จะทำให้ผิวหนังปรับตัวกับสภาพได้ไม่ทัน จนทำให้เกิดเป็นรอยแตกลายนั่นเอง

 

วิธีแก้ปัญหาผิวแตกลาย : ใช้อะไรทาผิวแตกลายได้บ้าง

 

ทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของวิตามิน E, คอลลาเจน, อีลาสติน (Elastin) เป็นส่วนประกอบ

ซึ่งก็มีวางขายอยู่ตามท้องตลาดหลายยี่ห้อ สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยา

หรือร้านที่ขายผลิตภัณฑ์ความงามทั่วไป โดยให้ทาเป็นประจำทุกวัน จนเริ่มเห็นผล

 

ทาผิวด้วยน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันมะกอก

น้ำมันทั้ง 2 ชนิดนี้ มีคุณสมบัติในการช่วยบำรุงผิว ฟื้นฟูผิว แก้ปัญหาผิวเสีย หรือผิวที่มีปัญหาได้สารพัดอย่าง

เพราะอุดมไปด้วยวิตามินที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามินเอ วิตามินอี หรือวิตามินดี

เพียงแค่ทาแล้วนวดบริเวณผิวที่แตกลายครั้งละครึ่งชั่วโมง แล้วจะทิ้งไว้อย่างนั้น

หรือจะล้างออก (แล้วทาครีมตามปกติ) ก็ได้ ให้ทำเป็นประจำทุกวัน จนเริ่มเห็นผล

 

ทาผิวด้วยน้ำมันละหุ่ง

ซึ่งเป็นน้ำมันยอดนิยมในการนำมาเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง และเครื่องประทินผิวทั้งหลาย

มีสรรพคุณในการรักษาความผิดปกติบนผิวหนัง เช่น ผิวเหี่ยวย่น จุดด่างดำ ฝ้า กระ รวมไปถึงรอยแตกลายด้วย

โดยทาและนวดบริเวณที่แตกลายเป็นประจำทุกวัน ร่วมกับการประคบร้อน (เช่น เอาขวดน้ำร้อนห่อผ้าไว้ แล้วมานาบ หรือนวดบริเวณที่ทาน้ำมันละหุ่งไว้ ครั้งละครึ่งชั่วโมง)

ทำติดต่อกันอย่างน้อย 1 เดือนขึ้นไป ก็จะค่อยๆ เห็นผลค่ะ

 

ใช้ว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้มีสรรพคุณในการรักษาผิวที่มีอาการเสียหาย มีรอยแผลหรือรอยตำหนิต่างๆ รวมถึงรอยแตกลายด้วย

ซึ่งวิธีการใช้ก็เพียงนำเนื้อว่านหางจระเข้ (ที่ปอกเปลือกออกและล้างให้สะอาดแล้ว) มาถูและทาผิวแตกลาย

ทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น โดยให้ทำเป็นประจำทุกวัน จนเริ่มเห็นผล

 

ใช้น้ำมะนาวผสมแตงกวา

น้ำมะนาวนั้นมีกรดผลไม้โดยธรรมชาติ สามารถใช้ในการขจัดรอยด่างบนผิว

ส่วนแตงกวา (ใช้น้ำแตงกวา หรือแตงกวาปั่นก็ได้) ก็จะเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว

เมื่อผสม 2 อย่างนี้เข้าด้วยกันแล้ว ให้ทาลงบนผิวที่แตกลาย

ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก ตามด้วยน้ำมันหรือครีมบำรุงผิวที่ใช้เป็นประจำ

 

ใช้ไข่ขาว

ไข่ขาวอุดมไปด้วยโปรตีน ซึ่งสามารถซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของผิวได้

วิธีการใช้ เพียงแค่นำไข่ขาวดิบมาทาไว้บริเวณที่แตกลาย รอให้แห้งแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

แล้วทาน้ำมันมะกอกปิดท้าย เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ให้ทำเป็นประจำจนเห็นผล

 

ใช้สูตรน้ำตาลสครับผิว

เป็นการช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าออกไป และเผยผิวใหม่ที่สดใสกว่า

ด้วยการนำน้ำตาลทราย ผสมกับน้ำมันมะกอกเล็กน้อย ตามด้วยน้ำมะนาวนิดหน่อยให้เข้ากัน

แล้วนำมาขัดหรือสครับผิวแตกลายเบาๆ ก่อนอาบน้ำทุกวัน (จากนั้นทาครีมบำรุงผิวตามปกติ) จนเริ่มเห็นผล

 

นอกจากนี้ ก็ยังมีทางเลือกอื่นๆ อีก เช่น

ทาผิวด้วยเบบี้ออยล์ หรือน้ำมันบำรุงผิวสำหรับเด็ก (ทาแล้วนวด/นวดแล้วทาทุกวัน)

ทาผิวด้วยน้ำมันโรสฮิปออยล์ ซึ่งจะช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นได้ดี และสมานแผล หรือรอยแผลเป็นต่างๆ ได้

ใช้กรดผลไม้ TCA หรือ ทาครีมที่มีกรดวิตามินเอ เช่น Retin A (วิธีนี้อย่าลืมอ่านวิธีการใช้ และข้อควรระวังอย่างละเอียดก่อนนะคะ) ทาตามบริเวณที่มีรอยแตก เป็นประจำ

เป็นต้น

 

อย่างไรก็ตาม วิธีที่ดีที่สุดก็คือ การป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ

ด้วยการทำครีมบำรุงกันเอาไว้ก่อนในช่วงก่อนลดน้ำหนัก ระหว่างลดน้ำหนัก

หรือช่วงตั้งครรภ์ ซึ่งจะสามารถช่วยป้องกันผิวแตกลาย ให้เกิดขึ้นน้อยที่สุดนั่นเองค่ะ

นอกจากนี้ การดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ และรับประทานอาหารต่างๆ ที่มีสังกะสี และวิตามิน C, E และ K เยอะๆ

ทั้งในช่วงก่อนและหลังจากน้ำหนักลด ก็จะสามารถช่วยป้องกันและแก้ปัญหาผิวแตกลาย ให้ลดน้อยลงได้เช่นเดียวกัน

แต่ถ้าเกิดมีอาการผิวแตกลายขึ้นมาแล้ว และเห็นรอยแตกชัดเจน จนเกิดความกังวลใจมากๆ

และหากคุณมีงบประมาณมากพอ การทำศัลยกรรมหรือการใช้เลเซอร์ ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยได้มากเลยค่ะ

 

(อ่านเพิ่มเติม: วิธีแก้ปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ / วิธีแก้ปัญหาถุงใต้ตา / รอยย่นบนหน้าผาก เกิดจากอะไร มีวิธีแก้ไหม)

  • 13
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    13
    Shares