เคล็ดลับลดค่าใช้จ่ายสำหรับผู้หญิงทำงาน และสาวออฟฟิศ

  • 3
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    3
    Shares

วิธีลดค่าใช้จ่ายสาวออฟฟิศ

สาวๆ วัยทำงานหรือสาวออฟฟิศยุคนี้ ยังไงก็ต้องมีเหตุให้ใช้จ่าย หรือเสียเงินกันบ่อยๆ

เริ่มตั้งแต่ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่าเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าจิปาถะในบ้าน

ไปจนถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่สาวๆ มักหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย อย่างเช่น ค่าเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอาง และอุปกรณ์เสริมความงามต่างๆ

ซึ่งพอรวมๆ เข้าแล้ว ก็นับว่าเป็นเงินจำนวนมากอยู่ในแต่ละเดือน อาจทำให้บางคนแทบไม่มีเงินเหลือเก็บเลยก็เป็นได้

ดังนั้น วันนี้ เราจึงมีเคล็ดลับสำหรับสาวออฟฟิศ หรือสาวๆ ในวัยทำงาน ในการช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เพื่อให้มีเงินเหลือมากกว่าเดิม มาฝากค่ะ

 

วิธีลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

 

เริ่มต้นด้วยการตัดงบอาหารการกินที่ไม่จำเป็นออกไป

อย่างพวกขนม ของว่าง อาหารทานเล่น หรือที่กินจุบกินจิบ

(ซึ่งในส่วนนี้ นอกจากประหยัดแล้ว ยังให้ผลพลอยได้ในเรื่องสุขภาพ และการลดความอ้วนอีกด้วย)

แล้วหันมาทำอาหารรับประทานเอง ซึ่งบางคนก็วางแผนทำอาหารแบบครั้งเดียว

กินได้ทั้งวัน หรือ 2 วันเลยทีเดียว พร้อมกับพกข้าวกล่องไปที่ทำงานด้วย

 

เวลาจะไปซื้อของเข้าบ้าน

ก็ให้ใช้วิธีจดรายการข้าวของที่จำเป็นต้องซื้อทุกครั้ง ก่อนที่จะไปซุปเปอร์มาร์เก็ต

จะได้ป้องกันการซื้อเพียงเพราะเห็นโฆษณา หรือเพียงเพราะเกิดอยากได้ชั่ววูบ

ซึ่งอาจทำให้เราเสียเงินมากกว่าที่ควรโดยใช่เหตุได้

 

ส่วนใครที่ชอบกินผักและผลไม้

ควรซื้อผักและผลไม้ตามฤดูกาล เพราะจะได้ราคาที่ถูก

และสามารถกินทดแทนของหวาน หรือขนมหวาน สำหรับใครที่ติดของหวาน

หรือชอบกินของว่าง นอกจากจะประหยัดแล้ว ยังเป็นการกินเพื่อสุขภาพอีกด้วยค่ะ

 

สำหรับการทำอาหารในครอบครัว

ควรทำอาหารให้มีปริมาณที่พอดีกับขนาดของครอบครัว

จะได้ไม่มีอาหารเหลือๆ จนต้องทิ้ง และไม่ทำให้สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ

 

การเลือกซื้อเสื้อผ้า

ซึ่งเป็นอะไรที่สาวๆ มักอดใจไม่ค่อยได้ เห็นชุดใหม่ๆ สวยๆ ออกมาทีไร

ก็มีอันต้องซื้อตลอด (ส่วนจะได้ใส่หรือไม่ได้ใส่ก็อีกเรื่องหนึ่ง)

ดังนั้น ถ้าอยากประหยัดในส่วนนี้ สาวๆ ควรตัดใจเลิกซื้อตามความอยาก

หรือตามแฟชั่นที่ออกมาใหม่ๆ ตลอดเวลา ไม่เคยมีวันหยุด

แต่ให้วางแผนการซื้อเสื้อผ้า โดยพยายามเลือกเสื้อผ้าที่มีแบบและสีที่เรียบง่าย

ตกยุคช้า สามารถใส่ได้ในหลายๆ โอกาส หรือใส่เข้าคู่กับกางเกง / กระโปรงได้หลายๆ แบบ

หรือไม่ก็ให้เลือกเสื้อผ้า ที่สามารถใส่เข้ากับเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าชุดเก่าๆ ที่เรามีอยู่แล้ว

จะได้เอามาสลับกันใช้กลายเป็นชุดใหม่ โดยไม่ต้องซื้อเพิ่มบ่อยๆ ก็เป็นไอเดียที่ดีอีกอย่างหนึ่งค่ะ

นอกจากนี้ การเลือกซื้อเสื้อผ้าตามศูนย์แสดงสินค้าราคาถูกของโรงงาน

ที่มีแบบไม่ล้าสมัย แต่คุณภาพสมราคา ก็เป็นอีกทางเลือก ที่จะช่วยประหยัดเงินได้

หรือจะเลือกวิธีซื้อเสื้อผ้ามือสอง ก็เป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่ง

เพราะจะได้เสื้อผ้าสวยๆ ในราคาถูกลงกว่าเดิมก็ได้เช่นกัน

(อ่านเพิ่มเติมเรื่อง : วิธีซักเสื้อผ้ามือสอง ก่อนนำมาใส่)

 

เรื่องของค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคต่างๆ ในบ้าน

เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์นั้น

เราสามารถประหยัดหรือลดค่าไฟในบ้านได้

ด้วยการให้สมาชิกทุกคนในบ้านร่วมด้วยช่วยกันในเรื่องนี้ เครื่องใช้ไฟฟ้าใดก็ตาม ที่ไม่มีการใช้งานอยู่ ก็ให้ช่วยกันปิด และดึงปลั๊กออก อย่าเปิดทิ้งไว้ หากไม่มีคนอยู่

ส่วนเรื่องการใช้แอร์หรือเครื่องปรับอากาศ ซึ่งนับว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุดอย่างหนึ่งในบ้าน เราก็สามารถลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ หลายวิธี เช่น การเปิดเท่าที่จำเป็น การใช้พัดลมในการช่วยทำความเย็น การใช้ผ้าม่านและปลูกต้นไม้ช่วยกรองแสงและความร้อน เป็นต้น

นอกจากนี้ ควรดูแลรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นประจำ พร้อมทำความสะอาดตามสมควร ก็จะช่วยให้เครื่องใช้ไฟฟ้า ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ด้วย

สำหรับค่าน้ำ มีวิธีประหยัดได้หลายวิธี

เช่น การไม่เปิดน้ำทิ้งไว้ ในขณะทำกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องใช้น้ำ อย่างตอนแปรงฟัน ล้างหน้า ล้างจาน สระผม ซักผ้า ฯลฯ

ซึ่งการเลือกใช้ก๊อกน้ำที่เป็นก้านปัดเพื่อเปิดปิด จะช่วยให้เราสามารถเปิดปิดน้ำได้ทันใจ มากกว่าก๊อกน้ำแบบหมุน เพราะบางทีมือกำลังเปื้อนสบู่ หรือน้ำยาลื่นๆ ทำให้ปิดยาก หลายครั้งก็เลยต้องปล่อยให้น้ำไหลทิ้งไปเปล่าๆ เลยตามเลย

สำหรับค่าโทรศัพท์

หากมากเกินไป ก็ควรลดปริมาณการโทรลง หรือวางแผนเลือกโปรโมชั่นค่าโทร หรือค่าอินเตอร์เน็ต ที่เหมาะสมกับการใช้งานของตัวเอง ก็จะช่วยลดภาระส่วนนี้ไปได้อีก

 

สุดท้าย รายจ่ายเบ็ดเตล็ดจิปาถะเล็กๆ น้อยๆ

ที่เราอาจไม่ได้ใส่ใจ ไม่ได้ทำบัญชีรายจ่าย หรือไม่ได้วางแผนล่วงหน้า

ก็อาจทำให้เงินรั่วไหลออกไปจากส่วนนี้ได้ แม้จะทีละเล็กละน้อย

แต่พอรวมๆ กันเข้า ก็กลายเป็นเงินก้อนใหญ่ได้เหมือนกัน

ดังนั้น อย่าลืมจดบันทึกรายจ่ายประจำวัน หรือทำบัญชีรายจ่ายเอาไว้

จะได้รู้ว่า เราเสียเงินไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็นอะไรไปบ้าง และครั้งต่อๆ ไป

เราจะได้ไม่พลาด และวางแผนล่วงหน้าได้ดีขึ้นนั่นเองค่ะ

 

(อ่านเพิ่มเติม: เคล็ดลับการลดการใช้ถุงพลาสติก และจัดการถุงพลาสติกในบ้าน / เคล็ดลับในการจัดการของเก่าในบ้านที่ไม่ใช้แล้ว / วางแผนดูแลบ้านให้ปลอดภัย ในช่วงวันหยุดยาว)

  • 3
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    3
    Shares