สาวๆ ที่ต้องยืนทำงานทั้งวัน และนั่งทำงานทั้งวัน จะดูแลตัวเองยังไงดี

  • 10
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    10
    Shares

ยืนทำงานทั้งวัน, นั่งทำงานทั้งวัน

มีคนจำนวนจำนวนไม่น้อย ที่ต้องยืนทำงานทั้งวัน และนั่งทำงานทั้งวัน

ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดเมื่อย อาการล้า และอาจลามไปถึงอาการเสื่อมของข้อต่างๆ ได้ด้วย

 

วันนี้เราจึงนำเคล็ดลับในการดูแลตัวเอง สำหรับสาวๆ ที่ต้องยืนหรือนั่งทำงานนานๆ มาฝากค่ะ

 

สำหรับคนที่ต้องยืนทำงานนานๆ หรือต้องยืนแทบทั้งวัน

 

คนที่ต้องยืนทั้งวัน และไม่ค่อยได้ขยับร่างกาย

หรือเปลี่ยนท่ายืนนานๆ อาจส่งผลให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามขา หลัง และคอได้

เพราะเวลาเรายืน จะต้องเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณ 3 ส่วนดังกล่าว

แล้วเมื่อยิ่งเกร็งนาน ก็ยิ่งส่งผลต่อความปวดล้ามากยิ่งขึ้น

บริเวณขาและเท้า ที่ต้องรับน้ำหนักตลอดทั้งวัน ก็อาจเกิดอาการชา หรือมีเลือดคั่ง จนกลายเป็นเส้นเลือดขอดได้

ส่วนในระยะยาว ก็อาจจะกระทบกับข้อต่อส่วนต่างๆ จนกลายเป็นโรคข้อเสื่อมได้ เช่น บริเวณหัวเข่า สะโพก กระดูกสันหลัง

 

ดังนั้น ใครที่ต้องยืนทำงานนานๆ

ควรเตรียมพร้อมและดูแลตัวเอง เพื่อบรรเทาอาการต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นให้ได้มากที่สุด

โดยเริ่มจากการหารองเท้าที่สวมใส่สบาย ไม่คับ ไม่แข็ง (หรือรองเท้าที่มีพื้นนิ่มๆ) ไม่รัดแน่น หรือบีบเท้า

และไม่ควรจะเป็นรองเท้าส้นสูง โดยเฉพาะบริเวณส้นที่สูงต่างจากบริเวณปลายเท้ามากๆ

เพราะการยืนบนรองเท้าส้นสูง เพียงไม่นานก็จะรู้สึกปวดเมื่อยทั้งเท้า น่อง และหลัง ถ้าต้องยืนทั้งวันอาจจะไม่ไหวนะคะ

(อ่านเพิ่มเติมเรื่อง การดูแลตัวเอง สำหรับคนที่ต้องใส่รองเท้าส้นสูงบ่อยๆ)

 

ส่วนการยืน พยายามเปลี่ยนท่ายืน หรือพักขาสลับกันบ่อยๆ

หากมีที่เท้าแขน (เช่น บริเวณโต๊ะ) มีที่พิงหลัง หรือพักสะโพกได้เป็นระยะๆ ก็จะดีค่ะ

เพื่อจะได้ช่วยผ่อนแรง หรือผ่อนน้ำหนักที่จะถ่ายไปที่ขาและเท้าได้บ้าง

และถ้าเป็นไปได้ ก็ให้มีการเดิน หรือขยับไปทำกิจกรรมอื่นๆ บ้าง หรือถ้าพักเป็นระยะๆ ได้ก็จะดี

 

เมื่อมีโอกาสพักแล้ว ก็พยายามหาที่นั่งพักเท้า

โดยพาดเท้าให้สูงในระดับเดียวกับเข่า เพื่อให้เลือดได้ไหลเวียน

หรือผ่อนคลายความเมื่อยล้าด้วยการนวดเท้า เหยียดเท้า ยืดเท้า หรือกระดกไปมา ก่อนจะกลับไปทำงานต่อ

และหลังเลิกงานเมื่อกลับบ้านแล้วก็เช่นกัน ให้พยายามหาท่าบริหารขาและเท้า

เช่น การกระดกปลายเท้าไปมา หรือการนอนยกขาให้สูงขึ้นโดยพาดไว้กับกำแพงหรือผนังห้อง เพื่อช่วยในการผ่อนคลายความปวดล้านั่นเองค่ะ

 

สำหรับคนที่ต้องนั่งทำงานนานๆ หรือต้องนั่งทั้งวัน

 

โดยเฉพาะกับคนที่ต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์

ก็อาจมีอาการปวดไหล่ ปวดหลัง ปวดคอ มือชา ปวดแขน หรือถึงขั้นยกแขนไม่ขึ้น จากท่านั่งที่ไม่ถูกต้อง

เช่น นั่งหลังค่อม ต้องเงยหน้ามองหน้าจอที่อยู่สูง ตำแหน่งของคีย์บอร์ดและเม้าส์ไม่เหมาะสม

ทำให้ต้องเกร็งหรือออกแรงมากเกินกว่าที่ควรจะเป็น ฯลฯ

 

ดังนั้น เราต้องเริ่มจากท่านั่ง

การจัดสภาพแวดล้อม และอุปกรณ์ในการทำงานให้ถูกต้องก่อน

โดยท่านั่งนั้น ควรเป็นท่าหนังหลังตรง และเท้าต้องไม่ลอยเหนือพื้น

ถ้าเท้าไม่ถึงพื้น ให้หาอะไรมารองไว้ โดยพยายามให้หัวเข่าทำมุมตั้งฉาก 90 องศา

และข้อศอกทำมุม 90 องศา (แขนท่อนล่างขนานกับพื้น) และมีที่รองหรือวางข้อมือขณะพิมพ์งานด้วยคีย์บอร์ด และเลื่อนเม้าส์

 

ส่วนการวางหน้าจอคอมพิวเตอร์

ควรให้อยู่ในระดับสายตาหรือต่ำกว่าเล็กน้อย

อย่าตั้งสูงจนต้องเงยหน้าขึ้น และห่างจากที่นั่งประมาณ 1 ช่วงแขน หรือมากกว่าเล็กน้อย

ถัดมาคือเรื่องการใช้สายตา ควรมีการพักสายตาเป็นระยะๆ หรือทุกๆ 20 นาที ด้วยการหลับตา

หรือมองไปในที่ไกลๆ หรือบริหารดวงตาโดยการขยับดวงตาไปมา (มองไปทางซ้าย-ขวา-บน-ล่าง)

 

การแก้อาการเมื่อยล้าจากการนั่งนานๆ

ถ้าสามารถลุกออกไปพัก ได้เดิน ได้ยืดเส้นยืดสายบ้าง หรือสูดอากาศเป็นระยะๆ ก็ควรทำ

แต่ถ้าไม่สะดวก จะใช้วิธีลุกขึ้นยืน หาที่ว่างเล็กๆ ข้างๆ โต๊ะหรือเก้าอี้

แล้วจัดการเหยียดแข้งเหยียดขา บริหารมือ แขน หัวไหล่ และขาแบบง่ายๆ ในระยะสั้นๆ

เพื่อเป็นการเปลี่ยนอิริยาบถ หรือช่วยคลายอาการเมื่อยขบ และสมองล้าก็ได้เช่นกันค่ะ

 

(อ่านเพิ่มเติม: วิธีแก้ปัญหาผิวแห้ง จากการนั่งทำงานในห้องแอร์นานๆ / วิธีดูแลสุขภาพหลัง เพื่อป้องกันอาการปวดหลัง / วิธีแก้ปัญหากลิ่นเท้า)


  • 10
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    10
    Shares