ประโยชน์ของน้ำข้าวโพด และวิธีทำน้ำข้าวโพด

  • 66
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    66
    Shares

น้ําข้าวโพด สรรพคุณ, น้ําข้าวโพด ประโยชน์, น้ำข้าวโพด อ้วนไหม

ข้าวโพดถือเป็นธัญพืชอีกชนิดหนึ่ง ที่คนไทยเรารู้จักและนำมาบริโภคกันมานาน และมีการปลูกอยู่แทบจะทั่วทั้งประเทศ

สามารถใช้ได้ทั้งเป็นอาหารของคนและสัตว์ เพราะเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงอีกชนิดหนึ่ง

แต่ปัจจุบัน การบริโภคข้าวโพดนั้น ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ที่ว่า จะต้องบริโภคแบบเฉพาะที่เป็นฝักเท่านั้น

การนำข้าวโพดมาคั้นให้ออกมาในรูปแบบของเครื่องดื่ม ก็ได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อยเลย ซึ่งก็มีผู้ที่ผลิตออกมาวางจำหน่ายให้เห็นอยู่ทั่วไปเช่นกัน

 

และน้ำข้าวโพดนั้น นอกจากจะมีรสชาติดีแล้ว ยังมีสารอาหารที่ดีกับร่างกาย อีกหลายอย่างเลยทีเดียว

เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ใยอาหาร วิตามินเอ บี1 บี2 บี3 บี5 วิตามินซี ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม แมงกานีส ฟอสฟอรัส สังกะสี (Zinc) เบต้าแคโรทีน สารต้านอนุมูลอิสระ ฯลฯ

 

ประโยชน์ของข้าวโพด หรือน้ำข้าวโพด

มีคุณสมบัติที่ช่วยในการต่อต้านมะเร็ง (โดยเฉพาะลำไส้ใหญ่)

ช่วยเรื่องของระบบการหมุนเวียนโลหิต และลดความดันโลหิตในร่างกาย

ช่วยลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือด และลดความเสี่ยงในการเป็นเบาหวาน

ช่วยบำรุงหัวใจ และลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจ

มีฤทธิ์เป็นยาขับปัสสาวะอ่อนๆ

ช่วยบำรุงสุขภาพผิวพรรณให้สดใส

ช่วยบำรุงสายตา

ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย

เพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยอาหาร ให้ทำงานได้ดีขึ้น

ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน

 

และสำหรับใครที่อยากจะทำน้ำข้าวโพดเพื่อดื่มเอง ก็สามารถทำได้ง่ายๆ และใช้เวลาไม่นานอีกด้วยค่ะ

 

วิธีทำน้ำข้าวโพด

 

สิ่งที่ต้องเตรียม :

ข้าวโพด ขูดเอาเฉพาะเมล็ด นำไปต้มจนสุก 1 ถ้วยตวง

น้ำตาล (หรือน้ำเชื่อม หรือน้ำผึ้ง) ครึ่งช้อนชา

นมสดรสจืด 1 ช้อนโต๊ะ

เกลือป่น ปริมาณเล็กน้อย

ผ้าขาวบาง สำหรับกรองเนื้อข้าวโพด

 

วิธีทำน้ำข้าวโพด :

นำเมล็ดข้าวโพดที่ต้มเตรียมไว้ เติมน้ำสะอาดประมาณครึ่งลิตร ใส่ลงในเครื่องปั่น

เมื่อปั่นจนได้ที่แล้ว ก็นำออกมาพักไว้ก่อน

จัดการต้มน้ำสะอาดในหม้อ พอน้ำเริ่มเดือด ก็นำข้าวโพดที่ปั่นไว้ เทลงไปต้มพร้อมกัน

พอน้ำเริ่มเดือด ก็ใส่นมจืด น้ำเชื่อม (หรือน้ำตาล หรือน้ำผึ้ง) และเกลือป่นลงไป ชิมรสให้ได้ตามความชอบ

เอาผ้าขาวบางกรองเอาเนื้อข้าวโพดออก ให้เหลือแต่เฉพาะส่วนที่เป็นน้ำ

หรือถ้าใครชอบแบบมีเนื้อข้าวโพดหรือมีกากด้วย (ใยอาหารสูง) ก็ข้ามขั้นตอนการกรองไปก็ได้เช่นกันค่ะ

รอจนกระทั่งน้ำข้าวโพดอุ่นลง ก็สามารถนำไปดื่มได้เลยทันที

 

สำหรับใครที่ต้องการะลดความอ้วนอยู่

ก็สามารถดื่มน้ำข้าวโพดได้เช่นกัน แต่ก็ควรจำกัดปริมาณไม่ให้มากเกินไป

เพราะในข้าวโพดมีคาร์โบไฮเดรตอยู่มากนั่นเองค่ะ

และหากทำเองได้ ก็จะดีกว่าการไปซื้อแบบสำเร็จรูปมาจากที่อื่น

เพราะส่วนใหญ่ มักจะมีการเติมน้ำตาล เพื่อเพิ่มความหวานมากขึ้นไปอีก

เพราะฉะนั้น การที่เราทำน้ำข้าวโพดดื่มเอง ก็จะสามารถควบคุมปริมาณน้ำตาลที่ใส่ลงไปได้ด้วยตัวเองค่ะ

 

(อ่านเพิ่มเติม: กินข้าวโพดคั่วแล้วอ้วนไหม / กินเผือกแล้วอ้วนไหม / อัลมอนด์ช่วยลดความอ้วนได้จริงหรือ / ซุปฟักทอง กับการลดน้ำหนัก / ประโยชน์ของเมล็ดฟักทอง)


  • 66
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    66
    Shares