ลดความอ้วนอยู่ แต่ติดของหวาน และขนมหวานต่างๆ จะทำยังไงดี

  • 3
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    3
    Shares

ติดของหวาน, ติดขนมหวาน

อุปสรรคของคนที่อยากลดความอ้วน หรือลดน้ำหนัก คงหนีไม่พ้นเรื่องกินแน่ๆ

เพราะการจะหักห้ามใจไม่ให้กินนั้น ก็ดูจะเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะขนมนมเนย ที่มีหน้าตาสีสันสวยงาม แถมมีเมนูใหม่ๆผุดขึ้นมา ยั่วยวนชวนให้อยากกิน มีมากมายเหลือเกิน

บางคนทำได้อยู่ไม่กี่วันก็ต้องล้มเลิก เพราะไม่อาจห้ามใจตัวเองได้ หรือเกิดอาการตบะแตกนั่นเอง

ดังนั้น วันนี้เรามีเทคนิคดีๆ มาฝากกัน สำหรับคนที่พยายามลดของหวาน น้ำหวาน และขนมหวานทั้งหลาย มาฝากค่ะ

 

เคล็ดลับการลดขนมและของหวาน ช่วงลดความอ้วน

 

ในช่วงเริ่มแรกไม่ควรหักดิบ

หรือเลิกกินไปเลยทีเดียว เพราะเราจะทำได้ไม่นาน

วิธีที่ดีที่สุดคือ ค่อยๆ ลดปริมาณของหวานที่ชอบลงไปทีละน้อย จนเมื่อชินแล้ว ก็จะสามารถเลิกกินได้อย่างเด็ดขาดในที่สุด

สำหรับเทคนิคการลดของหวานให้น้อยลงนั้น ถ้าเป็นน้ำหวาน ลองใช้วิธีเจือจาง ให้ความหวานน้อยลงเรื่อยๆ

จนสุดท้าย เราอาจจะไม่รู้สึกอยากดื่มน้ำหวานจัดๆ เหมือนที่ผ่านมา แค่เพียงมีกลิ่นหอมๆ หวานๆ หลงเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย ก็อาจรู้สึกพอใจแล้วก็ได้

สำหรับขนมหวานต่างๆ วิธีลด อาจเริ่มจากการกินขนมหวาน โดยผสมกับอาหารชนิดอื่นที่ไม่มีรสชาติ เช่น ขนมปังแผ่น เป็นต้น

แล้วค่อยๆ ลดปริมาณของหวานลงเรื่อยๆ จนให้เหลือน้อยที่สุด และเริ่มเกิดความเคยชินที่จะไม่ต้องกินอีกแล้ว

 

ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ

เพราะการดื่มน้ำบ่อยๆ จะช่วยลดความอยาก ความหิว

ทั้งอาหารปกติ รวมไปถึงอาการอยากกินของหวานให้ลดน้อยลงไปได้ด้วยค่ะ

 

หากชอบดื่มเครื่องดื่มประเภทชงดื่ม

เช่น โกโก้ โอวัลติน และกาแฟเป็นประจำ ควรใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล และใช้ปริมาณน้อย และไม่ควรบ่อยจนเกินไป เพราะอาจมีอันตรายกับร่างกายได้

และถ้าสามารถหาผลิตภัณฑ์ ที่ทำจากหญ้าหวานแทนได้ ก็จะดีกว่ามาก เพราะนอกจากมีรสหวานเช่นเดียวกันแล้ว ยังมีแคลอรี่น้อยมากอีกด้วย

หรือหากจะใช้น้ำตาลธรรมดา ก็ค่อยๆปรับลดปริมาณลงทีละน้อย ลดลงเรื่อยๆ จนกระทั่งเหลือรสหวานน้อยที่สุด ในระดับที่เรารับได้ แค่นี้ก็ดีต่อสุขภาพมากขึ้นแล้วล่ะค่ะ

 

กินผลไม้ทดแทน

ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน เพราะนอกจากจะมีประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว

ผลไม้หลายชนิดก็มีรสหวานในตัว กินแล้วรู้สึกอร่อยและสดชื่น

แต่ก็ควรเลือกชนิดที่ไม่หวานจัดจนเกินไปด้วย เช่น แอปเปิ้ล ฝรั่ง ชมพู่ แตงโม กล้วย เป็นต้น

 

ออกกำลังกาย

เป็นทางเลือกที่น่าจะดีที่สุด เพราะยิ่งออกกำลังกายมาก ก็ทำให้เรายิ่งมีสิทธิ์กินของหวานได้ โดยไม่ทำให้อ้วนมากจนเกินไป

แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณแคลอรี่ที่เรารับเข้าไป กับปริมาณการออกกำลังกาย ว่าสามารถหักล้างกันได้มากพอหรือเปล่าด้วย

และหลายๆ คน เมื่อออกกำลังกายจนเหนื่อยมากๆ อาการความอยากของหวาน ก็แทบจะหมดลงไปด้วยเลยทีเดียว

 

สุดท้ายแล้ว ถ้าสามารถตัดใจจากขนมหวาน หรือของหวานต่างๆ ได้ ก็จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

เพราะไม่ใช่แค่เรื่องความอ้วนเท่านั้นที่ควรกังวล เพราะต่อไปในอนาคต หากไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมติดหวานแบบนี้

โอกาสที่จะเป็นโรคเบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง ก็มีอยู่สูงมากนั่นเองค่ะ

ดังนั้น จึงควรหันมาลดของหวาน จนกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน เพื่อสุขภาพกายและใจในระยะยาวกันนะคะ

 

(อ่านเพิ่มเติม: ระหว่างลดความอ้วน รู้สึกอยากกินขนมตลอดเวลา ทำยังไงดี / วิธีกินผักให้อร่อย สำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก / ประโยชน์ของถั่วขาว ต่อสุขภาพ และการลดความอ้วน / ลดความอ้วนด้วยข้าวกล้อง)

  • 3
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    3
    Shares