เคล็ดลับในการดูแลรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน

  • 2
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    2
    Shares

ดูแลรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้า

ในบ้านแต่ละบ้าน ประกอบไปด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ มากมาย ที่มีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวันของเรา

และเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายๆ ชนิด ก็มีราคาแพง และทำให้เราต้องสิ้นเปลืองค่าไฟฟ้ามากขึ้นโดยไม่จำเป็น หากใช้งานผิดวิธี หรือไม่ดูแลรักษาให้ดี

ดังนั้น วันนี้ เราจึงรวบรวมเคล็ดลับในการใช้งาน และดูแลรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เพื่อให้เราใช้งานได้นานๆ และช่วยประหยัดไฟได้ด้วยค่ะ

 

การดูแลรักษาพัดลม

ควรเปิดพัดลมเปิดเฉพาะเวลาใช้งาน

หรือเปิดเท่าที่จำเป็น ถ้าไม่มีเหตุต้องใช้ก็ควรจะปิดเสมอ หรือใช้วิธีเปิดหน้าต่าง ใช้ลมธรรมชาติแทนได้ก็จะดีค่ะ และเวลาเปิด ให้เปิดที่ความเร็วลมพอสมควร อย่าเปิดแรงเกินไปถ้าไม่จำเป็น

 

การดูแลรักษาตู้เย็น

ควรเริ่มจากการเลือกตู้เย็น

โดยเลือกขนาดของตู้เย็น ให้เหมาะกับขนาดครอบครัวหรือสมาชิกในบ้าน และตู้เย็นแบบที่มีประตูเดียว จะกินไฟน้อยกว่าแบบที่มี 2 ประตู

สำหรับการวางตู้เย็นนั้น

ควรวางตู้เย็นให้ห่างจากผนัง หรือกำแพงไม่ต่ำกว่า 15 ซ.ม. เพื่อให้ตู้เย็นสามารถระบายความร้อนได้สะดวก และอย่าลืมทำความสะอาดแผงระบายความร้อน ที่อยู่ด้านหลังตู้เย็นบ่อยๆ เพื่อไม่ให้ตู้เย็นทำงานหนักเกินไป

นอกจากนี้ ก็ไม่ควรแช่ของต่างๆ ไว้มากเกินไป

จนแน่นหรือล้นตู้เย็น และอย่านำของร้อนๆ ไปแช่ในตู้เย็นทันที โดยควรรอให้อาหารเย็นลงเสียก่อน ค่อยนำไปแช่ ส่วนอะไรที่ไม่จำเป็น ก็อย่านำไปแช่ในตู้เย็น เพื่อเป็นการลดภาระการทำงานของตู้เย็นนั่นเองค่ะ

สำหรับการตั้งอุณหภูมิของตู้เย็น

ควรตั้งให้เหมาะสม และพอเหมาะของปริมาณของที่แช่ เมื่อเห็นว่าน้ำแข็งในช่องแช่แข็งเกาะหนา ก็ควรกดปุ่มละลายน้ำแข็งเสมอ

อย่าเปิด-ปิดตู้เย็นบ่อย หรือเปิดคาไว้นานเกินไป

เมื่อปิดแล้วก็ต้องตรวจดูว่าปิดสนิทดีหรือไม่ หากขอบยางประตูเกิดการรั่ว ทำให้ประตูปิดได้ไม่สนิทก็ควรทำการเปลี่ยน และหมั่นทำความสะอาดขอบยางประตูตู้เย็นด้วยนะคะ

 

การดูแลรักษาหม้อหุงข้าวไฟฟ้า

ควรเริ่มจากการเลือกขนาดหม้อหุงข้าว

ให้เหมาะกับจำนวนสมาชิกในบ้าน และหุงข้าวให้พอดีกับจำนวนคนรับประทานทุกครั้ง

และก่อนที่จะนำตัวหม้อไปใส่ลงบนแท่นหุง

ควรเช็ดน้ำออกให้แห้ง และตรวจดูว่าไม่มีเม็ดข้าวตกหล่น หรือติดอยู่บนแท่นหุง

การใส่น้ำในการหุงข้าว

ควรใส่ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่น้อยเกินไป และปิดฝาหม้อให้สนิททุกครั้งที่หุง เมื่อข้าวสุกแล้วให้ดึงปลั๊กไฟออกทุกครั้ง

 

การดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศ

แอร์หรือเครื่องปรับอากาศนั้น

เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่กินไฟมากอีกชิ้นหนึ่ง ดังนั้น ควรเริ่มจากการเลือกซื้อแอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง และเหมาะสมกับขนาดของห้อง

ตอนติดตั้ง

ควรติดตั้งให้อยู่ในระดับสูง และมีการระบายความร้อนได้เป็นอย่างดี

ควรเปิดใช้เท่าที่จำเป็น

และเปิดที่อุณหภูมิ 25-26 องศาเซลเซียส ถ้าไม่มีใครอยู่ก็ต้องปิดทุกครั้ง และสามารถปิดล่วงหน้าได้หลายสิบนาที ก่อนออกจากห้องหรือออกจากบ้าน เพราะในระหว่างนั้น อุณหภูมิในห้องก็จะยังเย็นอยู่ หรือจะใช้การเปิดพัดลมช่วยในระหว่างนั้นก็ได้

สำหรับตัวห้องนั้น

เราสามารถช่วยให้แอร์ไม่ทำงานหนักมาก ด้วยการติดตั้งผ้าม่าน เพื่อช่วยกันความร้อนจากด้านนอกในระดับหนึ่ง รวมทั้งปิดประตูหน้าต่างให้สนิท เพื่อไม่ให้ความเย็นรั่วไหลออกไป

อย่าลืมบำรุงรักษา

หรือตรวจสภาพของเครื่องปรับอากาศ ให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ และทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศเป็นประจำ

 

การดูแลรักษาเตารีด

เตารีด

ป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่กินไฟมากอีกชิ้นหนึ่งของบ้าน การใช้งานอย่างประหยัด และเท่าที่จำเป็น ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยดูแลรักษาเตารีดให้มีสภาพดีใช้งานได้นานขึ้น

ส่วนการดูแลรักษาเตารีดในเรื่องอื่นๆ นั้น

ควรเริ่มจากตรวจดูสภาพสายไฟ ตัวเครื่อง ว่าเป็นปกติอยู่หรือไม่ ก่อนการใช้งาน และตั้งความร้อนให้เหมาะกับชนิดของผ้าที่จะรีด

โดยเริ่มรีดจากผ้าบางๆ ก่อน ในขณะที่เตารีดยังไม่ร้อนจัด และสำหรับการฉีดน้ำหรือน้ำยารีดผ้า ให้ฉีดพอประมาณ อย่าฉีดจนแฉะ เพราะจะทำให้เตารีดทำงานหนักขึ้น

และควรรีดผ้าครั้งละมากๆ ทีเดียว เพื่อประหยัดค่าไฟ อย่ารีดบ่อยๆ เพียงแค่ครั้งละตัวหรือสองตัว

เมื่อใช้งานใกล้เสร็จ

ควรดึงปลั๊กออก ก่อนรีดเสื้อผ้าเสร็จประมาณ 2-3 นาที เพราะระหว่างนั้น เตารีดจะยังคงความร้อนไว้อยู่ ทำให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่า

 

การดูแลรักษาเครื่องซักผ้า

การใช้เครื่องซักผ้าแบบถนอมการใช้งานนั้น

เริ่มจากการใช้งานเครื่องอย่างเหมาะสม ไม่ใส่ผ้ามากจนเกินกำลังการทำงานของเครื่อง และหากมีเสื้อผ้าที่ต้องซักน้อยชิ้น เช่น เสื้อผ้าแค่ชิ้น-สองชิ้น และสามารถซักด้วยมือได้ในเวลาอันรวดเร็ว ควรซักด้วยมือแทนการใช้เครื่อง

การใช้น้ำซักผ้า

ควรใช้น้ำเย็น ยกเว้นเสื้อผ้าที่มีคราบสกปรก หรือคราบไขมันมากผิดปกติเท่านั้น ถึงจะใช้น้ำอุ่น และหากเป็นวันที่มีแสงแดดจัด เหมาะแก่การตากผ้า ก็ควรนำผ้าออกไปตากทันทีหลังซักเสร็จ แทนที่จะใช้เครื่องอบผ้า

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไม่ควรละเลยก็คือ

การทำตามคำแนะนำในคู่มือที่มากับเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างเคร่งครัด

โดยเฉพาะข้อห้ามต่างๆ เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองและคนในครอบครัว

รวมทั้งเพื่อให้เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นอีกด้วยค่ะ

 

(อ่านเพิ่มเติม: วิธีเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ / วิธีเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่น ให้เหมาะกับการใช้งาน / วิธีทำความสะอาดเครื่องดูดควัน)

  • 2
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    2
    Shares