ดีท็อกซ์หรือการล้างพิษคืออะไร จำเป็นต้องทำหรือไม่

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ดีท็อก ล้างพิษ

กระแสของการหันมาดูแลสุขภาพนั้น มาแรงตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ การออกกำลังกาย และอีกเรื่องหนึ่งที่มีหลายคนให้ความสนใจกันพอสมควร นั่นก็คือ การ “ล้างพิษ” หรือ “ดีท็อกซ์” นั่นเอง

 

โดยเหตุผลที่ต้องมีการล้างพิษก็คือ

มลภาวะและสารเคมีต่างๆ ที่ร่างกายคนเราได้รับในแต่ละวัน

โดยเฉพาะจากอาหาร ยา หรือแม้แต่ฝุ่นละอองในอากาศก็เช่นกัน

เมื่อสิ่งเหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย แล้วเกิดการสะสมมาเป็นเวลานานหลายปี

ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ร่างกายมีปัญหาต่างๆ ขึ้นมาได้นั่นเอง

 

การล้างพิษ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าดีท็อกซ์ (Detox)

เป็นสิ่งที่คนจำนวนมากให้ความสนใจ เพราะเชื่อกันว่า

ถ้าหากได้ทำการล้างพิษแล้ว สุขภาพก็จะดีขึ้น โรคต่างๆ ก็จะบรรเทาเบาบางลงไปได้

แต่จะเป็นความจริงหรือไม่นั้น ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจ

 

ในความเป็นจริงแล้ว ยังไม่เคยมีเอกสารหรือการวิจัยทางการแพทย์ใดๆ

ที่สามารถยืนยันได้ว่า การล้างพิษจะมีผลช่วยให้ร่างกายดีขึ้นจริงหรือไม่

และสารพิษที่ว่าได้ทำการล้างออกมาแล้วนั้น จะลดลงไปแค่ไหน

 

อีกทั้งตามปกติแล้ว ร่างกายของคนเรา ก็มีกระบวนการจัดการขับสารพิษออกจากร่างกายอยู่แล้ว

แต่หากบางคนที่มีอาการผิดปกติกับร่างกาย ซึ่งสะสมมาเป็นเวลานานๆ

เช่น อ้วน หรือน้ำหนักขึ้นง่าย ปวดหัวบ่อย ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น

อ่อนเพลียง่าย ผิวพรรณหมองคล้ำ ท้องผูกบ่อยๆ ฯลฯ เหล่านี้

หากคิดอยากจะลองล้างพิษ หรือทำ detox ดู ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร ถ้าหากทำด้วยวิธีการที่ถูกต้อง

 

การล้างพิษนั้น มีวิธีการทำได้หลายวิธีเลยค่ะ เช่น

? อบไอน้ำเพื่อขับสารพิษทางผิวหนัง

? การสวนลำไส้ ซึ่งที่นิยมในปัจจุบันคือ การใช้กาแฟดำในการสวนไปในลำไส้ เพื่อล้างลำไส้ส่วนต้น

? วิธีการฝังเข็ม

? การนวดแผนไทย

? การทำคีเลชั่น ซึ่งเป็นการล้างสารพิษเพื่อฟื้นฟูหลอดเลือด

และอื่นๆ

 

ดังนั้น การล้างพิษนั้น หากใครที่อยากทำก็สามารถทำได้ เพียงแต่ควรจะปรึกษาแพทย์เสียก่อน

เพื่อดูความพร้อมของร่างกายว่า สามารถจะเข้าสู่กระบวนการล้างพิษได้หรือไม่ เพื่อความปลอดภัยของผู้ทำนั่นเองค่ะ

 

(อ่านเพิ่มเติม: อาหารที่ช่วยแก้ปัญหาท้องผูก / น้ำผลไม้แก้ท้องผูก / อาหารสุขภาพ อาหารป้องกันโรคมะเร็ง)

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •